หนึ่งศตวรรษแห่งความเป็นสยามมีความประทับใจและความทรงจำหลายสิ่ง ทั้งที่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมและนามธรรม การได้ย้อนคิดถึงอดีตกาลช่วยให้เรามีความรักและรักษ์ในวัฒนธรรม ทุกครั้งที่ย้อนคิดถึงมักเจือไปด้วยความสุข ครั้นสยามเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากกระบวนการ modernization ในช่วงทศวรรษที่2440 หรือในสมัยของรัชกาลที่5 โดยได้รับอิทธิพลการเปลี่ยนแปลงจากสังคมน้ำหรือสังคมจารีตมาเป็นสังคมบกหรือสังคมศิวิไลซ์ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งถนนหนทาง อาคารบ้านเรือน เกิดขึ้นอย่ามีรูปแบบและการวางผังโดยความร่วมมือของชาวต่างชาติ การพัฒนาสยามมาเป็นสังคมบกเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในทศวรรษที่2460 หรือในสมัยของรัชกาลที่6 เวลานั้นมีการตั้งโรงไฟฟ้าแห่งแรกในประเทศไทย การมีโรงไฟฟ้าส่งผลให้เกิดธุรกิจและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเต็มรูปแบบเข้ามาครอบงำประเทศตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถัดมาในยุคสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีความพยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันให้มีการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ยังมีรูปแบบสังคมจารีตให้เป็นสังคมศิวิไลซ์ ถึงขนาดสั่งการให้เปลี่ยนชื่อเป็น ประเทศไทยในเวลาต่อมา
ศตวรรษสยาม พิพิธภัณฑ์กลางสวนมะพร้าว เกิดจากความฝันอยากจะสร้างสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบสนองความรู้สึกและความต้องการของตนเองในรูปแบบที่คิดว่านักท่องเที่ยวจะต้องชื่นชอบเช่นกัน สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยของสะสมแนววินเทจและของเก่าที่หาดูได้ยาก เป็นแหล่งรวบรวมอดีตกาลในยุคหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีความพยายามผลักดันให้คนไทยปรับปรุงและปรับเปลี่ยนตัวเองที่ความคุ้นชินกับสังคมจารีตไปสู่สังคมศิวิไลซ์ ด้วยพื้นที่กว่า 9 ไร่ ถูกจัดรรแบ่งโซนให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาและชมคววามสวยงามครั้นสยามเข้าสู่ความศิวิไลซ์ โดยทาพิพิธภัณฑ์ แบ่งเป็น 3 ส่วน 1. ตึกแถวยาวสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ซึ่งจำลองเป็นร้านขายของ ร้านโชห่วย ร้านขายยา ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ร้านของเล่นการ์ตูนฮีโร่โด่งดังจากญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ ร้านหนังสือ มีทั้งเพชรพระอุมา ตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มสุดท้าย นิยาย ป.อินทรปาลิต บางเล่มมูลค่าสูงถึงเกือบแสนบาท
2. เรือนไทยอันงามสง่าของตระกูล ต้นยุวรรธนะ ซึ่งสร้างเมื่อพ.ศ. 2461 ช่วงสมัยรัชกาลที่6 เดิมตั้งอยู่ข้างวัดกัลยาณมิตร ธนบุรี แต่ถูกเวนคืนเพื่อตัดถนนใหม่ เคยมีคนมาประมูลเพื่อนำไปแยกส่วนขาย แต่เกิดปัญหาไม่สามารถขนไม้ไปได้ ในที่สุดจึงได้ถูกนำมาบูรณะใหม่แต่ยังคงลักษณะคล้ายเรือนไทยทรงปั้นหยาหลังเดิม ตัวบ้านได้รับการออกแบบ คือมีบันไดขึ้นด้านหน้า ผ่านซุ้มประตูแล้วเป็นลานกว้าง มีโถงที่นั่งอย่างท้องพระโรงกว้าง 3 คูหา มีห้องพักสองชั้นขึ้นชมวิวคลองเล็กและสวนมะพร้าวอันร่มรื่น มีบันไดลงชั้นล่าง ซึ่งใช้เป็นโรงงานบดยา และชั้นใต้ดินเพื่อหลบภัยทางอากาศในสมัยสงครามโลก
3. สวนมะพร้าวริมคลองขุนพิทักษ์ พื้นที่ท้ายสวนนี้นติดคลองทองหลวง และขนาบด้วยคลองขุนพิทักษ์ ซึ่งทั้งสองเป็นคลองเล็กแยกมากจากคลองดำเนินสะดวก บริเวณนี้มีมุมถ่ายรูปธรรมชาติกับต้นมะพร้าวเรียงแถวสวยงามคล้ายอุโมงค์
ศตวรรษสยาม "พิพิธภัณฑ์ที่เติมความสุขจากวันวาน ท่ามกลางธรรมชาติ" เพื่อการเรียนรู้เรื่องราวของคนไทยในอดีต ให้คนไทยมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 18.00 น. (เปิดบริการลักษณะการเข้าชมเป็นรอบๆละ 2 ชั่วโมง)
อัตรค่าเข้าชม :
ผู้ใหญ่ 200 บาท/ท่าน
ผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า60ปี ต้องแสดงบัตรประชาชน) 150 บาท/ท่าน
นักเรียน นักศึกษา (ต้องแสดงบัตรนักเรียนหรือนักศึกษา) 75 บาท/ท่าน
เด็ก (สูงไม่เกิน 130 ซม.) 50 บาท/ท่าน
พระสงฆ์ สามเณร ไม่คิดค่าเข้าชม
ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ไม่คิดค่าเข้าชม
พิกัด : 245 หมู่ 6 ตำบลตาหลวง อำเภอดำเนินสะดวก ราชบุรี 70130
https://maps.app.goo.gl/LdjQGjm8MCiwd47R9
ติดต่อสอถามเพิ่มเติม โทร. 083 067 9550